NETFLIX

NETFLIX แนะนำ ซีรีส์เกาหลี เอาใจคนชอบแนว รัก โรแมนติก

แฟนตาซี ที่ดูได้แล้วใน Netflix คัดมาเด็ดๆ 8 เรื่องที่ไม่ควรพลาดชมห่างหายไปนานกับการแนะนำซีรีส์น่าดู Netflix ในช่วงที่มีวันหยุดต่อเนื่องยาวๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบไปไหน หรือยังวางแผนไม่ทัน การอยู่บ้านก็ไม่ได้น่าเบื่อเสมอไป มานอนดูซีรีส์กันยาวๆ ไปเลย สนุกด้วย ไม่เปลืองเงินด้วย ใช้เวลากับครอบครัวกันไป หรือบางคนที่อยู่คนก็นอนดูเพลินฟินกันไป

ซีรีส์เกาหลี แนวที่คนไทยชอบดูและติดกันงอมแงม ก็คงไม่พนแนวแบบเรื่องของ รัก ๆ หนุ่มสาว แต่ว่าเกาหลีนั้นมีซีรี่ย์รักที่เหนือจินตนาการ ออกไปทาง แฟนตาซี โลกในนิยาย หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยที่ยังมีกลิ่นอายแห่งความ โรแมนติก หวานซึ้งกินใจ ให้ได้ติดตามกันแบบกดดูจนหยุดไม่ได้ ต้องดูกันยันสว่างไปเลย

NETFLIX

เอาล่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีเรื่องไหนน่าดูกันบ้าง จะถูกใจกันแค่ไหน แต่ขอบบอกเลยว่าส่วนตัวก็ดูมาบ้างแล้วบางเรื่อง จึงไม่อยากเก็บความสนุกไว้คนเดียว น่ารักน่าเอ็นดูมากจร้า เริ่มกันเลย

Hotel del luna รอรักโรงแรมพันปี

Hotel del luna รอรักโรงแรมพันปี ซีรีส์เกาหลี Netflix รัก โรแมนติก แฟนตาซี[br]แค่ชื่อก็น่าดูแล้วอ่า เรื่องนี้นะของบอกเลยว่าออกแนวนิยายๆ หน่อย เป็นเรื่องราวความเป็นมาของโรงแรมเก่าแก่ลึกลับ ตั้งอยู่ในกรุงโซล มีแขกเป็นเหล่าภูตผีและดวงวิญญาณ จางมันวอล (ไอยู) ประธานของโรงแรมที่สวย และเจ้าอารมณ์สุดๆ ร้ายกาจ เห็นแก่ตัว เพราะว่าเธอเคยทำผิดในอดีตจึงทำให้ต้องติดอยู่ในโรงแรมนี้
แล้วเธอก็ได้พบกับ กูชานซอง (ยอจินกู) ชายหนุ่มจิตใจดีที่กลัวผีสุดๆ เข้ามาทำงานเป็น ผู้จัดการใหม่ของโรงแรม เดี๋ยวนะ! แล้วเค้าจะไหวมั้ย? เรื่องราวจะปั่นป่วนแค่ไหน และต้องมาลุ่นกันว่าเธอจะสามารถออกไปจากที่นี้ได้อย่างไร?

ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้ ไอยู ของเราสวยมาก แฟชั่นนี้เจิดเกิดมากแม่ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมเครื่องประดับ ปากแดงทั้งเรื่อง คอสตูมเรื่องนี้ปังสุดๆ ไปเลย ดูไปยิ้มไปกับความร้ายกาจที่น่าเอ็นดูของนางนะ ถือว่าเป็น ซีรีส์เกาหลี Netflix ที่ครบรสทั้ง รัก โรแมนติก และภาพมุมกล้องที่สวยทุกตอน
It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน[br]ซีรีส์เกาหลี Netflix รัก โรแมนติก แฟนตาซี[br]เรื่องราวที่เหมือนหลุดมาจากโลกนิทาน โกมุนยอง (ซอเยจี) นักเขียนที่ถนัดการเขียนนิทานที่มีบุคลิกต่อต้านสังคม แต่เนื่องมาจากความเจ็บปวดในวัยเด็กของเธอ และเธอก็ได้มาเจอกับ มุนคังเท (คิมซูฮยอน) ที่ทำงานในแผนกจิตเวช ทำให้เธอตกหลุมรัก แต่แล้วเรื่องราวความรักนี้จะเป็นยังไง เพราะมุนคังเทต้องดูแลพี่ชายที่เป็นโรคออทิสติก และทั้งชีวิตของพี่ชายก็มีแต่มุนคังเทคนเดียวที่ไม่อาจแบ่งให้ใครได้

เรื่องนี้เป็นการกลับมาของ คิมซูฮยอน หลังจากที่หายหน้าไปนานหลายคนคงจะจำกันได้กับบทมของมนุษย์ต่างดาวที่หล่อที่สุด และกลิ่นไอเรื่องนี้ก็ประมาณนิยายแล้วลึกลับน่าค้นหา ตัวนางเองเปรียบเหมือนแม่มดยังไงยังงั้น แต่เป็นแม่มดที่สวยที่สุด
เรื่องนี้คอสตูมดีมากแม่เช่นกัน ทุกการปรากฎตัวของนางเองคือปังมาก ทั้งชุด เสื้อผ้าหน้าผม บวกกับบุคลิกเชิ่ดๆ โอ้ย ไม่อยากจะบรรยายมากไปกว่านี้ต้องไปดูกันแล้วล่ะ ต้องติดตามชมกันแบบไม่อยากพลาดเลยสักตอน

Who came from the star ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาวซีรีส์เกาหลี Netflix รัก โรแมนติก แฟนตาซี[br]เป็นเรื่องราวของสมัยยุคโชซอนเมื่อ 400 ปีก่อน ที่มี UFO ลงมายังโลกมนุษย์และนั้นก็เป็นเหตุที่ทำให้ โทมินจุน (คิมซูฮยอน) ต้องติดอยู่ในโลกมนุษย์ยาวนานจนถึงปัจจุบัน และในยุคนี้ก็ทำให้เค้าได้พบกับ ชอนซงอี (จอนจีฮยอน) ดาราสาวซูเปอร์สตาร์ผู้โด่งดัง หลงตัวเองสุด ที่มาอยู่ใกล้ๆ เป็นเพื่อนบ้านกัน ทำให้โทมินจุนตกหลุมรักจนทำให้ไม่อยากกลับดาวบ้านเกิดตัวเอ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ คิมซูฮยอน โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ก็เค้าเป็นมนุษย์ต่างดาวอะไรที่หล่อขนาดนี้ และนางเอกของเราก็เล่นได้น่ารักน่าชัง คนสวยอะไรตลกที่สุด เรื่องนี้ดูแล้วก็จะยิ้มๆ ปนขำไปด้วย เรื่องนี้ออกฉายมาหลายปีแล้ว แต่เป็นอีก ซีรีย์เกาหลี รัก โรแมนติก ที่อยู่ในดวงใจเลย ดูได้แล้วใน Netflix

ภาพยนตร์ไม่เข้าโรง ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ละเมิดลิขสิทธิ์

?ก่อนหน้าที่ผ่านมาอัตราการระเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ หรือที่เราเรียกกันว่าหนังเถื่อน จะยิ่งมีอัตราที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหากภาพยนตร์ที่เข้าฉายเป็นภาพยนตร์ดังระดับ Blockbuster และมีการทำการตลาดมากเพียงใด ก็จะยิ่งเป็นการนำไปสู่การฝ่าฝืนลิขสิทธิ์มากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพยนตร์ตามที่หาดาวน์โหลดเถื่อนได้ตามเว็บไซต์ออนไลน์อย่างภาพยนตร์เรื่อง Mulan ที่เปิดให้รับดูบน Disney + ก็พบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์ออนไลน์ที่สูงในช่วงแรกๆเหมือนกันปริศนาที่เกิดขึ้น

คือ แล้วผู้สร้างภาพยนตร์จะปกป้องการละเมิดลิขสิทธิ์เช่นไร ในวันที่ภาพยนตร์ฉายผ่านช่องทางสตรีมมิงเพียงอย่างเดียว หรือฉายพร้อมด้วยโรงหนังหนึ่งในทางแก้ที่ Warner Media ใช้เป็นการเปิดระบุวันเข้าฉายของภาพยนตร์เรื่อง Wonder Woman 1984 ในอเมริกา ภายหลังที่ประเทศอื่นๆทั่วโลกฉายไปแล้ว 2 สัปดาห์ โดยในสหรัฐอเมริกา กำหนดให้เข้าฉายทั้งยังในโรงภาพยนตร์และแอปพลิเคชัน HBO Max พร้อมเพียงกันโดยการฉายภาพยนตร์ในโรงหนังพร้อมๆกันกับการฉายในแอปพลิเคชัน จะมีผลให้ผู้ชมสามารถเลือกดูภาพยนตร์ในโรงหนังได้ก่อนที่จะเว็บละเมิดลิขสิทธิ์จะนำไฟล์ที่เป็นรูปภาพยนตร์ที่มีความแหลมคมชัดสูงไปอัพโหลดลงบนเว็บของตน

Michael Smith ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon University ให้ความเห็นเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ว่า คนจำนวนมากที่รับชมภาพยนตร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นเพราะไม่มีหนทางที่ถูกลิขสิทธิ์ให้เลือกรับดู ซึ่งคนกลุ่มนี้ถ้าหากมีหนทางถูกสิขสิทธิ์ก็พร้อมที่จะยอมจ่ายเงินเพื่อชมภาพยนตร์ความท้าของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่จำเป็นต้องสู้กับการฝ่าฝืนลิขสิทธิ์อย่างไรก็แล้วแต่การฝ่าฝืนลิขสิทธิ์ก็มิได้มีแต่ข้อด้อยเพียงอย่างเดียว เนื่องจากว่าบางครั้งข้อมูลการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ได้รับการรวบรวมมา สามารถชี้ความชื่นชอบของภาพยนตร์ หรือสื่อเบิกบานแต่ละเรื่องได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในตลาดต่างแดน ที่ผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างๆอยากได้นำภาพยนตร์ไปฉาย ก็สามารถพยากรณ์ความนิยมชมชอบได้แต่แม้กระนั้น

ในปี 2021 บางทีอาจไม่เหมือนกับปีที่ล่วงเลยไป เพราะว่าการเก็บข้อมูลการละเมิดลิขสิทธิ์บางทีอาจไม่ได้บ่งบอกความนิยมที่จริงจริงของภาพยนตร์หรือสื่อรื่นเริงในแต่ละประเทศได้อีกต่อไปเนื่องจากว่าโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อโรงภาพยนตร์ที่ไม่สามรถยนต์เปิดได้ตามธรรมดา หรือหากเปิดได้ก็มีจำนวนผู้ชมน้อยลง ผู้ชมนิดหน่อยบางทีอาจเลือกที่จะรับดูภาพยนตร์ผ่านช่องทางที่ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการตอบแทนการรับชมภาพยนตร์ในโรงหนังก็ได้

การจำหน่ายหนังออนไลน์

โอกาสในยามวิกฤตท่ามกลางวิกฤตที่ยังหาทางออกไม่เจอ บริษัทผลิตภาพยนตร์หลายที่ เลือกที่จะถอดหนังออกจากโปรแกรมฉาย แล้วรอจังหวะให้สถานการณ์คลี่คลายก่อนจึงค่อยคิดกันอีกที บางบริษัทเลื่อนหนังของตนไปฉายปีหน้าเลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม มีบริษัทผลิตภาพยนตร์สองบริษัทจากสองประเทศ ตัดสินใจสวนกระแส ด้วยการนำหนังฟอร์มใหญ่ออกฉายในพื้นที่ที่เคยถูกดูแคลนว่าเหมาะสมกับหนังที่ไม่อาจจะหาทางจำหน่ายในโรงภาพยนตร์ได้ อย่างวิถีทางออนไลน์

บริษัทที่ว่าเป็นต้นว่าบริษัทยูนิเวอร์แซลแห่งประเทศอเมริกาที่นำภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Troll World Tour ซึ่งมีระบุฉายโรงทั่วราชอาณาจักรในเดือนเมษายน ออกฉายบนแพลทฟอร์ม Premium Video On Demand ซึ่งผู้ชมควรต้องจ่ายค่าชมก่อนถึงจะสามารถดาวน์โหลดหนังเพื่อรับชมเวลาที่กำหนดได้ ส่วนอีกบริษัทหนึ่งคือ Huanxi Media ที่จีน ที่ตกลงใจถอดหนังที่ได้รับการคาดหมายว่าจะทำรายได้ถล่มทลายในตอนวันตรุษจีนเรื่อง Lost In Russia ออกจากโปรแกรมการฉาย แล้วขายสิทธิ์ให้แก่

บริษัท Bytedance ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มออนไลน์ที่ดังของจีนผู้ครอบครองแอพ TikTok ซึ่งกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเวลานี้ ด้วยจำนวนเงินที่สูงถึง 85 ล้านเหรียญ โดย Bytedance ได้นำหนังเรื่องนี้ออกฉายแบบไม่เก็บค่าชม แต่ว่ามีเงื่อนไขว่า ผู้ชมต้องโหลดแอพของบริษัทซะก่อน

ดูหนังผ่านเน็ตสร้างแรงสะเทือนถึงโรงภาพยนตร์

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีได้เฮกับการวินิจฉัยใของบริษัทยูนิเวอร์แซลและ Huanxi ด้วยเหตุว่าความสำเร็จจากการขายทางออนไลน์ย่อมซึ่งก็คือความเปราะบางของโรงหนังในอนาคตไม่มีผู้ใดรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นของ Troll World Tour และก็ Lost in Russia จะก่อให้มีผู้เดินรอยตามมากมากแค่ไหนและหากเป็นแบบนั้นโรงหนังจะอยู่รอดได้อย่างไร เมื่อเป็นเช่นนี้โรงหนังจึงจำต้องออกแอคชั่นเพื่อป้องห้ามไม่ให้เกิดกรณีอย่างนี้อีกโดยเมื่อเร็วๆนี้ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ที่อเมริกาสองค่ายตัวอย่างเช่น AMC (เปรียบเหมือนเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ของบ้านเรา)

รวมทั้ง Regal (เปรียบได้ดั่งเครือ SF Cinema) ประกาศแบนหนังจากค่าย Universal เนื่องด้วยไม่พอใจที่ยูนิเวอร์แซล นำหนังเรื่อง Troll World Tour ออกฉายทางออนไลน์ทั้งๆที่โรงภาพยนต์กำลังปิดอยู่ ถึงแม้ผู้แทนของบริษัทยูนิเวอร์แซลมานะจะอธิบายถึงสิ่งที่มีความต้องการที่จะต้องเลือกฉายหนังบนแพลทฟอร์มวีโอดี รวมทั้งให้คำมั่นว่าจะไม่ฉายหนังฟอร์มใหญ่อย่าง No Time To Die รวมทั้ง Fast and Furious ภาค 9 ลักษณะเดียวกันกับ Troll World Tour แน่ๆ แม้กระนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ทำให้ โรงภาพยนต์เครือใหญ่ทั้งคู่เครือพึงพอใจได้ ส่วนบริษัท Huanxi Media แม้ว่าจะยังไม่ได้รับกระแสแง่ลบจากโรงภาพยนต์ แต่การที่โรงหนังจำต้องสูญเสียหนังที่คงจะทำรายได้มากถึง 346 ล้านเหรียญไปให้กับบริษัทแพลทฟอร์มออนไลน์หากว่าไม่เกิดวิกฤติเชื้อไวรัสซะก่อน

ย่อมทำให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์หลายโรงอยู่กันไม่สุขสบายแน่ ยิ่งเมื่อได้รับทราบข่าวล่าสุดว่า บริษัท Huanxi กับ Bytedance ได้บรรลุข้อตกลงฉบับใหม่ที่จะร่วมกันผลิตภาพยนตร์เพื่อออกฉายบนวิถีทางโรงภาพยนต์ออนไลน์ที่ทั้งสองบริษัทกำลังร่วมพัฒนากันอยู่ พอๆกับว่า โรงหนังที่เคยเป็นรายได้หลักของผู้สร้างภาพยนตร์ อาจหมดความหมายลงถ้า “โรงภาพยนต์ออนไลน์” เกิดได้รับความนิยมแทน เมื่อเป็นเช่นนี้ ความคาดหมายของจีนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศที่ทำรายได้บ็อกซ์ที่ทำงานสูงที่สุดในโลกแทนประเทศอเมริกาก็เป็นได้เพียงเพ้อฝัน

Hybrid exhibition ความน่าจะเป็นไปได้ข้างหลังวิกฤติโรคร้ายโดยส่วนตัวนักเขียนคิดว่าความขัดแย้งระหว่างโรงภาพยนต์กับบริษัทภาพยนตร์ประเด็นการขายออนไลน์ อาจหาบทสรุปลงได้ในระยะเวลาเพียงไม่นาน

เพราะเหตุว่าในสถานการณ์ที่โรงภาพยนตร์จำเป็นต้องหารายได้ชดเชยจากที่จะต้องสูญเสียไประหว่างที่จำเป็นต้องปิดตัวระหว่างที่เกิดวิกฤตไวรัส คงจะเป็นไปไม่ได้เลือกอื่นนอกจากจะต้องรับฉายหนังฟอร์มใหญ่จากทุกค่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากค่ายยูนิเวอร์แซลที่มีหนังเรื่อง No Time to Die กับ Fast and Furious 9 อยู่ในมือช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทหนังเองก็ยอมรับว่า ไม่ใช่หนังทุกเรื่องที่เหมาะสมกับการฉายแบบออนไลน์ไปเสียหมด อย่างน้อยหนังที่ฟอร์มใหญ่ที่จำเป็นต้องพึ่งพิงระบบเสียง ระบบภาพที่เพอร์เฟ็คก็จำต้องพึ่งโรงหนังอยู่ดี โดยเหตุนั้นสิ่งที่พวกเราบางทีอาจได้มองเห็น ในอนาคตอันใกล้

เป็นการประสมประสานแบบอย่างการจัดฉายภาพยนตร์ขึ้นมา อาจเรียกได้ว่าเป็น hybrid exhibition โดยโรงหนังเองก็อาจทำโปรแกรมโรงภาพยนต์ออนไลน์ของตัวเอง เพื่อเปิดโอกาสให้หนังขนาดกึ่งกลางหรือเล็กที่คนบางทีอาจมีความคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกจากบ้านมาที่ดูโรงสามารถดูหนังอยู่ที่บ้านได้ เวลาเดียวกันก็พัฒนาระบบการฉายทั้งยังภาพและก็เสียงเพื่อรองรับหนังฟอร์มใหญ่ ปิดโอกาสที่ไม่ให้แพลทฟอร์มออนไลน์อื่นๆชิงหนังเหล่านี้ไปฉายในพื้นที่ตัวเองได้ เนื่องมาจากระบบภาพและเสียงไม่ดีเท่า ในอนาคตการแข่งขันระหว่างโรงหนังตามขนบกับพื้นที่การฉายแบบออนไลน์อาจจะมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนับว่าเป็นความท้าทายที่น่าจับตามองสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วทั้งโลก

https://www.knottyclown.com/

Recommended Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *