ดอกเบี้ย ขายฝาก

ดอกเบี้ย ขายฝาก ที่ดินจะเป็นการซื้อขายฝากโดยใช้ที่ดินเป็นหลักค้ำประกัน

แล้วได้เงินสดมาไว้ในมือทันทีหลังทำสัญญา

ดอกเบี้ย ขายฝาก การไถ่คืนถอนขายฝาก ทำยังไงโฉนดที่ดินทำนิติกรรม  ไว้ ที่ทำการที่ดิน กรณีคำสัญญาขายฝากจดทะเบียนถูกต้อง ควรไถ่ถอนข้างในระบุ และจำต้องดำเนินการไถ่คืนที่กรมที่ดินเพียงแค่นั้น

ก่อนที่ดินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ผู้รับซื้อฝาก  ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก หากเจ้าหนี้ไม่ยอมให้ไถ่ถอน ทางผู้ขายฝากสามารถให้ไปที่ที่ทำการบังคับคดี ในจังหวัดนั้นๆ ติดต่อสอบถามเรื่องการวางทรัพย์สมบัติเพื่อจ่ายหนี้

เมื่อวางทรัพย์ตามขั้นตอน ถือว่ามีการไถ่ถอนตามที่กำหนดแล้ว…..ส่วนหนี้สินรายอื่น เจ้าหนี้จะมานำมาใช้เป็นเหตุไม่ยินยอมให้ไถ่ถอนไม่ได้ ควรรีบดำเนินการวางสมบัติพัสถานเพื่อจ่ายหนี้

ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการวางทรัพย์สมบัติ… ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม .การวางสินทรัพย์การวางสมบัติพัสถานเป็นขั้นตอนการที่อนุญาตให้ลูกหนี้หรือบุคคลที่สามที่ยินดีจะจ่ายหนี้แทนลูกหนี้มาวางสินทรัพย์ในสำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งถ้าเกิดจัดการอย่างถูกต้องแล้ว

ย่อมนำมาซึ่งการทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าหนี้ไม่ปฏิเสธไม่ยอมรับชำระหนี้

 

ดอกเบี้ย ขายฝาก

 

เหตุของการวางทรัพย์สินเหตุที่จะวางสินทรัพย์ได้มีดังนี้
1) เจ้าหนี้บอกปัดปฏิเสธจ่ายและชำระหนี้หรือไม่ยอมรับปฏิเสธใช้หนี้ ดังเช่น จ่ายค่าเช่าบ้านมิได้ เนื่องจากว่าผู้ให้เช่าบ่ายเบี่ยงเพื่อหาเหตุจะยกเลิกการเช่า
2) เจ้าหนี้ไม่สามารถจะรับจ่ายหนี้ได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากเจ้าหนี้ไม่อยู่หรือไปที่ต่างประเทศไม่เคยรู้จะกลับมาเมื่อใด

3) ไม่อาจจะจะหยั่งรู้ถึงสิทธิของเจ้าหนี้ หรือรู้สึกตัวเจ้าหนี้ได้แน่นอนโดยไม่ใช่ความผิดของตน ได้แก่ เจ้าหนี้ตาย ลูกหนี้ไม่เคยทราบว่าคนไหนกันแน่เป็นผู้สืบสกุล
4) ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 232,302,631,679,754,772 และก็ 947
5) ตามบัญญัติที่กฎหมายอื่นให้มีการวางสินทรัพย์

ดังเช่น ดอกเบี้ย ขายฝาก ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก กฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
6) ตามคำสั่งศาลทรัพย์สินที่วางได้สินทรัพย์ที่วางได้ ดังเช่นว่า เงินแล้วก็ทรัพย์สินอื่นๆไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่จะส่งกันตามกฎหมาย

1) ในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่วางเป็นเงิน
1.1 วางทรัพย์สมบัติด้วยเงินสด
1.2 วางด้วยเช็คทุกประเภทหากว่าให้ส่งผลบริบูรณ์ในวันที่วาง ผู้วางสินทรัพย์ควรวางเป็นเงินสด
2) ทรัพย์สมบัติที่ไม่ควรวาง อาทิเช่น

2.1 สภาพสินทรัพย์ไม่ควรแก่การวาง หรือเป็นที่พึงจะวิตกกังวลว่าทรัพย์สมบัตินั้นถัดไปจะเสียหายหรือทำลาย หรือบุบสลายได้ ตัวอย่างเช่น น้ำแข็งที่สลักเป็นรูปต่างๆเพื่อความงดงามในงานแต่งงาน
2.2 ค่ารักษาพยาบาลสมบัติพัสถานแพงเกินควร

2.3 ตึกแถว เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ อาคารชุด เครื่องจักร เป็นต้นคนที่วางทรัพย์สมบัติได้คนที่วางทรัพย์สมบัติได้คือ1) ลูกหนี้
2) ผู้รับมอบอำนาจลูกหนี้
3) บุคคลภายนอกที่เต็มใจใช้หนี้ใช้สินแทนลูกหนี้ นอกจากสภาพของหนี้ที่จะชำระนั้นไม่อาจให้บุคคลภายนอกชำระแทนได้สถานที่ติดต่อในการวางทรัพย์เป็น

1) ส่วนกลาง ติดต่อที่สำนักงานวางทรัพย์กึ่งกลาง กรมบังคับคดี เลขที่ 189/1 ถนนบางขุนความรื่นเริง แขวงบางขุนความรื่นเริง เขตกรุงเทพฯน้อย กรุงเทวดา โทรศัพท์ 02-881-4999
2) ส่วนภูมิภาค

ติดต่อที่ที่ทำการบังคับคดีจังหวัดทั้งประเทศวิธีปฏิบัติแล้วก็หน้าที่ของผู้วางทรัพย์สมบัติ

ผู้วางทรัพย์สมบัติจำต้องปฏิบัติและก็มีหน้าที่ดังนี้
1) เขียนคำขอวางสินทรัพย์ตามแบบ ว.1 หากมอบให้บุคคลอื่นวางทรัพย์สินแทนจำต้องทำใบมอบอำนาจตามแบบ ว.4
2) ตระเตรียมหลักฐานที่ ดอกเบี้ย ขายฝาก ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก

เกี่ยวเนื่องกับการวางทรัพย์สมบัติในหัวข้อนั้นๆมาแสดง
2.1 ถ้าเกิดวางตามสัญญาลอมชอมตกลงความของศาลให้มีคำตัดสินตามยอมที่จ่าศาลการันตี
2.2 ถ้าวางตามสัญญาเช่าให้มีสัญญาเช่าพร้อมถ่ายสำเนาสัญญาเช่าที่รับรอง

2.3 ถ้าหากวางตามสัญญาขายฝากให้มีสัญญาขายฝาก พร้อมก๊อบปี้สัญญาขายฝากที่พัก
3) จำต้องชำระเงินรับรองค่าครองชีพครั้งแรก 300 บาท
4) ในกรณีสมบัติพัสถานที่วางเป็นอสังหาริมทรัพย์จำต้องนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจทรัพย์สมบัติก่อน

5) ผู้วางสมบัติพัสถานหรือผู้รับมอบอำนาจจำต้องมาให้เจ้าหน้าที่สอบสวนถึงที่มาที่มูลหนี้สิน
6) ผู้วางทรัพย์สมบัติจะต้องแจ้งการวางสมบัติพัสถานให้เจ้าหนี้ทราบโดยด่วนผลการวางสินทรัพย์
1) ทำให้คุณหลุดพ้นจากหนี้สินที่ต้องชำระไม่ตกเป็นคนผิดนัดและไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ เจ้าหนี้หลังจากวันที่ท่านวางทรัพย์

2) เจ้าหนี้มีสิทธิมารับทรัพย์ที่วางด้านใน 10 ปี นับจากได้รับคำบอกเล่าการวางทรัพย์สิน ถ้าเจ้าหนี้ไม่มารับสิทธิของเจ้าหนี้เหนือสินทรัพย์ที่วางเป็นอันหยุดไป
3) เมื่อเจ้าหนี้มารับเงินแล้ว ผู้วางสมบัติพัสถาน ต้องมารับค่าใช้สอยที่วางประกันไว้คืน ถ้าเกิดผู้วางทรัพย์ ไม่มารับคืนด้านใน 1 เดือน

เงินรายจ่ายวางประกันตกเป็นของแผ่นดินวิธีขายฝากที่ดิน เป็นยังไง?

วิธีขายฝากที่ดินหมายถึงการทำความตกลงซื้อขาย ที่ใช้หลักทรัพย์ที่ดินเป็นหลักรับรอง ระหว่าง “คนขายฝาก” แล้วก็ “คนรับขายฝาก” โดยคนขายฝากจะทำการขายที่ดินและก็โอนที่ดินไปยังคนรับฝากในทันทีในวันที่ทำข้อตกลง

ซึ่งเจ้าของในที่ดินจะเป็นของผู้รับฝากทันที โดยมีข้อตกลงเพิ่มเติมว่าคนขายฝากสามารถซื้อที่ดินคืน หรือไถ่ถอนที่ดินคืนได้ตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ แล้วก็จะมีการให้ค่าแรงงานแก่คนรับซื้อฝากโดยทันทีแม้มีการไถ่คืนเกิดขึ้น

และก็คนรับซื้อฝากก็ยังมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากการรับขายฝากสูงสูดถึง 15% ต่อปี ส่วนคนขายฝากก็จะได้รับเงินค่าขายฝากที่ดิน โดยไตร่ตรองจากราคาซื้อขายในตลาด หรือตรวจสอบราคาจากกรมที่ดินโดยตรงสำหรับระยะเวลาสำหรับในการไถ่ถอนที่ดินหรือเงินทอง

คนขายฝากจะต้องมาไถ่ถอนตามระยะเวลาที่ได้ตกลงไว้ แต่ว่าถ้าเลยกำหนดเวลา ดอกเบี้ย ขายฝาก ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก ตามกฎหมาย ก็สามารถเพิ่มเวลาขายฝากเพิ่มต่อได้อีกหลายหน

โดยมีตารางไถ่คืนภายในช่วงเวลาไม่เกิน 10 ปี นับจากวันทำความตกลงขายฝาก ซึ่งต้องมีใบรับรองลงลายมือชื่อของผู้รับฝากซื้อ โดยขายฝากที่ดิน จะทำได้เมื่อมีคนขายฝาก และคนรับขายฝาก พร้อมได้ตกลงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งควรจะมีการทำความตกลงในกรมที่ดินเพียงแค่นั้น เพื่อคุ้มครองตามกฎหมาย

และจะต้องมีการทำหนังสือพร้อมขึ้นทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ รวมทั้งหากอยากขยายเวลาไถ่คืนก็ควรมีการทำข้อตกลงจดทะเบียนซึ่งๆหน้าเจ้าหน้าที่ และในกรณีที่คนขายฝากที่ดินอยากได้ไถ่คืนที่ดินหรือสินทรัพย์ แต่ว่าเจอปัญหาติดต่อผู้รับขายฝากไม่ได้

ถ้าเป็นกรณีนี้ให้ผู้ขายฝากไปติดต่อจ่ายเงินไถ่ถอนถึงที่กะไว้ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม และก็ในส่วนของภูมิภาคก็สามารถติดต่อที่สำนักงานบังคับคดีรวมทั้งวางทรัพย์สินภูมิภาค หรือประจำศาลได้เลยค่ะ เพราะภายหลังจ่ายเงินไถ่คืนแล้ว ที่ดินของเราก็จะกลับมาเป็นเจ้าของของเราในทันทีซึ่งพวกเราสามารถสรุปกรรมวิธีการขายฝากที่ดินได้ง่ายๆดังต่อไปนี้

มองที่ดินของคนที่ปรารถนาขายฝาก แล้วเสวนาเนื้อหาแล้วก็ตกลงราคากันให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

จากนั้นก็เลยไปทำข้อตกลงแนวทางการขายฝากในกรมที่ดินเฉพาะหน้าบุคลากรข้าราชการภายหลังทำข้อตกลงขายฝากที่กรมที่ดินเป็นระเบียบแล้ว คนขายฝากก็จะได้รับเงินสดจากคนรับขายฝากโดยทันที โดยคนขายฝากจะต้องจ่ายดอกตามตกลง

หรือสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปีโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผู้ขายฝากจะต้องจ่ายดอกทุกเดือน จนถึงกำหนดช่วงเวลาไถ่ถอนที่ดินเมื่อครบสัญญา ก็ให้ผู้ขายฝากไปไถ่คืนที่ดินกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน แม้กระนั้นแม้คนขายฝากยังไม่อาจจะไถ่คืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในตอนแรก ผู้ขายฝากก็ต้องทำความตกลงขยายเวลาไถ่คืนกับผู้รับขายฝาก โดยสามารถเพิ่มเวลาได้ไม่เกิน 10 ปี ตั้งแต่แมื่อวัน

ซึ่งปกติแล้วการขายฝากที่ดินจะเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนฝากระหว่าง ‘บุคคลธรรมดา’, ‘บุคคลธรรมดา กับนิติบุคคล’ ดอกเบี้ย ขายฝาก ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก และ ‘บุคคลปกติ กับบริษัท หรือองค์กร’ อย่างใดอย่างนึงก็ได้ โดยไม่อาจจะกระทำการขายฝากที่ดินกับแบงค์ได้โดยตรง เพราะเหตุว่าทางแบงค์อาจมองเห็นได้ว่าทางคนขายฝากมีภาระติดพัน

หรือ อาจไม่มีกำลังเพียงพอในกาจ่ายและชำระหนี้ และก็ในเรื่องที่ปรารถนาไถ่ถอนที่ดิน ถ้าผู้ขายฝากขาดเงินมาไถ่คืน ก็จะมีบางแบงค์ที่ปลดปล่อยสินเชื่อใช้หนี้ค่าไถ่ถอนการขายฝาก แม้กระนั้นสิ่งจำเป็นคือ จะทำการกู้สินเชื่อจากธนาคารเพื่อมาไถ่ถอนที่ดินได้ก็ต่อเมื่อ คนขายฝากมี Statement, มีใบรับรองการทำงาน, มีใบรับรองเงินเดือนแค่นั้น

แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ขายฝากบางทีอาจไม่มีตรงจุดนี้

ก็เลยทำให้กู้สินเชื่อจากธนาคารเพื่อนำมาไถ่คืนที่ดินมิได้ ข้อเด่น และก็จุดด้วยสำหรับการขายฝากที่ดินข้อดี
1. มีการทำความตกลงที่กรมที่ดินไม่ผิดกฎหมาย ทำให้ไม่เป็นอันตราย เชื่อใจได้
2. อนุมัติได้เร็ว แล้วก็ได้วงเงินข้างหลังการยินยอมราวๆ 40 – 70% ของราคาประเมิน
3. ไม่มีการเช็ค Statement อะไร

4. ถ้าหากไม่พร้อมไถ่คืน ก็สามารถลงนามขยายเวลาไถ่ถอนต่อได้อีกบ่อย แต่ว่าไม่เกิน 10 ปี โดยชอบด้วยกฎหมายข้อด้อย
1. เสียค่าธรรมเนียมการโอนสูงขึ้นมากยิ่งกว่าการจำนองมาก ดังเช่น ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิสชั่น
2. มีการเสี่ยงพบนายทุนไม่ดี

ที่จะบ่ายเบี่ยงไม่ขายคืนที่ดิน กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความเสี่ยงกับที่ดินที่นำไปทำข้อตกลง
3. ผู้ขายฝากต้องเสียดอกเบี้ยสูงขึ้นยิ่งกว่าอัตราที่ข้อบังคับกำหนด ซึ่งก็คืออาจจะต้องเสียเกินกว่า 15% ต่อปี 4.

เพราะเหตุว่าตามความจริงผู้รับขายฝากหรือผู้ลงทุน

มักเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม อย่างเช่น ค่าปากถุงซึ่งเป็นค่าครองชีพสำหรับการหาสินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆนายทุนจะหักเพิ่มเติมอีก เช็คก่อนว่า เอกสารที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการขายฝากที่ดินมีอะไรบ้าง?
1. โฉนด ใบสำมะโนครัว ดอกเบี้ย ขายฝาก ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก แล้วก็บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (พร้อมสำเนา)

2. ใบเปลี่ยนชื่อ- สกุล ตัวจริง พร้อมสำเนา (ในเรื่องที่มีการแปลงชื่อชื่อสกุล)
3. กรณีจดทะเบียน ให้จัดแจงหนังสือยินยอมให้ทำนิติกรรมของคู่รัก ถ้าเกิดแต่งงานแล้วให้เตรียมใบทะเบียนสมรสมาด้วย หรือหากมีการหย่า

ก็จำเป็นต้องตระเตรียมใบหย่า และใบแนบใบหย่าด้วยค่าธรรมเนียม และก็ค่าใช้สอยสำหรับในการขายฝากที่ดินสำหรับค่าธรรมเนียม จะมี 2 ส่วนที่ต้องจ่าย คือ ค่าธรรมเนียมสำหรับในการลงบัญชีขายฝากที่กรมที่ดิน แล้วก็ชำระค่าคอม หรือค่าตอบแทนในส่วนของค่าธรรมเนียม การเขียนทะเบียนขายฝากที่กรมที่ดิน มีดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกรมที่ดิน
2. ค่าธรรมเนียมแนวทางการทำนิติกรรม 2% เป็นค่าโอน จากราคาประเมินเงินทุน หรือราคาขาย
3. ภาษีเงินได้หักในที่จ่าย คำนวนจากราคาประเมินทุนทรัพย์

4. ค่าอากรแสตมป์ ปริมาณร้อยละ 0.5 จากราคาประเมินเงินทุน แล้วก็ภาษีธุรกิจเฉพาะ
5. ค่าธรรมเนียมจดจำท่วม จำนวนร้อยละ 1โดยหากผู้บริโภคฝากได้ออกค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนขายฝากก่อน คนขายฝากจำเป็นต้องจ่ายคืนให้แก่คนซื้อฝากพร้อมค่าไถ่ถอน

และสำหรับเพื่อการลงทะเบียนไถ่ถอน คนขายฝากควรจะเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมเองในส่วนของค่าคอม ค่าตอบแทนที่จะต้องชำระ มีดังนี้ค่าคอมหรือค่านายหน้ากรณีขายฝาก มัดใช้คำว่า ‘ค่าปากถุง’ โดยธรรมดาจะคิด 5% ของยอดการขายฝาก

ดังเช่นว่า ขายฝากที่ดิน 1 ล้านบาท ส่วนมากจะหักค่าปากถุง 50,000 บาท บางกรณี ดอกเบี้ย ขายฝาก ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก ผู้รับขายฝากก็จะหักไว้ต่อ สุดแต่ตกลง ที่เหลือก็เป็นค่าคอม ค่าคอมมิสชั่นตามนัยเป็นผู้ประสานงาน

กลับสู่หน้าหลัก

Recommended Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *